13/100 Michael Jackson

posted on 11 Mar 2012 22:57 by galgard
http://i3.photobucket.com/albums/y92/xenone/510michailjackson.jpg

ไมเคิล แจคสัน ซุปเปอร์ๆๆๆป้อปสตาร์ ที่มากด้วยข่าวลือ จนแทบไม่รู้เลยว่าตัวจริงเป็นไงมาไงกันแน่ ขอเปลี่ยนเป็น นกโดโด้ นกที่ถูกนักล่าอาณานิคมหม่ำจนสูญพันธุ์หมดเกาะ ก่อนที่นักสัตววิทยาจะค้นพบ และเหลือเพียงตำนาน และข้อสันนิษฐาน

12/100 Dionysius

posted on 09 Mar 2012 20:36 by galgard

ดิโอไนซุส สังฆราชแห่งโรมันในศตวรรษที่3 ที่นักศาสนาตั้งข้อสังเกตว่า Theologica Mystica คำภาวนา ที่แทนคำสอนของท่านมีกลิ่นไอการบรรลุธรรมแบบตะวันออก

ลองหาอ่านการตีความบทภาวนาของท่านดู โดย โอโช ดูนะ สุดยอดเลย

http://www.messagefrommasters.com/Beloved_Osho_Books/Western_Mystics/Theologia_Mystica.pdf

ขอเปลี่ยน ดิโอไนซุส เป็น แพคคี่เซฟาโลเซารัส ไดโนเสาร์หัวเหม่ง

11/100 เบงเค

posted on 02 Mar 2012 23:46 by galgard


เบงเค พระนักรบในศาสนาพุทธในญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า โซเฮ ตำนานเล่าว่า เบงเคยืนดักรอนักรบซามุไรบนสะพาน เมื่อเอาชนะซามุไรได้ ก็จะริบดาบเก็บไว้กับตัว ว่ากันว่าเบงเคเก็บได้ได้ 999 เล่ม และ ก่อนจะครบ 1000 เบงเคได้พ่ายแพ้ให้กับ โยชิสึเนะ ทายาทตระกูลนักรบที่เร่ร่อนลี้ภัย จากนั้นเบงเค ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขเดินทางไปกับโยชิสึเนะในฐานะบอดี้การ์ด

ขอเปลี่ยนเบงเค เป็นเม่น เข็ม 1000 เล่ม

* แจ้งข่าวหน่อยนะครับ คือตอนนี้ เรางานเราเยอะ (พอๆกับดาบของเบงเค!) แต่ก็จะวาดให้ได้ถึง 100 คนแหละครับ แต่ส่วนเรื่องราว อาจเขียนสั้นๆหน่อย แล้วถ้ามีเวลาจะมา edit เพิ่มนะครับ โดยเฉพาะถ้าโครงการนี้รวมเล่มสำเร็จ จะมีของแถมอะไรเพิ่มอีกด้วยล่ะ :D ขอบคุณที่ติดตามนะครับ
 

10/100 อิคคิวซัง

posted on 14 Feb 2012 23:25 by galgard


หลังจากพระอาจารย์เคนโอ พระที่อิคคิวรักและไว้วางใจที่สุดมรณภาพ ชีวิตของอิคคิวก็หดหู่อย่างที่สุด อาจารย์ที่เขาไว้ใจคนเดียวจากไปแล้ว ไม่มีเพื่อนพ้อง อิคคิวทำตัวเป็นพระขบถเพราะรังเกียจเหล่าพระสงฆ์ร่วมยุคสมัยที่ต่างก็มือถือสากปากถือศีล อิคคิวซังตัดสินใจฆ่าตัวตัวตาย กระโดดลงสระน้ำ

ในขณะที่กำลังจมลงนั่นเอง อิคคิวนึกถึงใบหน้าของท่านแม่ ท่านแม่พูดกับอิคคิวว่า เกิดเป็นลูกผู้ชาย ต้องเข้มแข็ง อย่ายอมแพ้สิลูก

อิคคิวจึงตะเกียกตะกายขึ้นจากสระ หลังจากนั้นไม่นาน อิคคิวบรรลุธรรมเมื่อเงี่ยฟังเสียงอีกา ขณะนั่งบนเรือกลางสระน้ำ

ขอเปลี่ยนอิคคิวซังเป็นอีกา

9/100 Che Guevara

posted on 10 Feb 2012 10:59 by galgard

เออเนสโต โตมาพร้อมกับโรคหอบหืด เขาจึงเลือกเรียนหมอ เขาขี่มอเตอร์ไซต์ทั่วทวีปอเมริกาใต้เพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับโรคภัย

ทว่าสิ่งที่ได้พบระหว่างทางคือความเจ็บป่วยของโลกใบนี้ ผู้คนยากจน รัฐบาลเผด็จการฉ้อฉล เออเนสโตตัดสิใจทิ้งเข็มฉีดยาหันมาจับปืน เพื่อเยียวยาโลกอันบิดเบี้ยวเกินทนด้วยการปฎิวัติและสงครามกองโจร ในคิวบา เขาได้เปลี่ยนเป็น เช เกวารา นักสู้ขวัญใจคนยาก

หลังชนะเผด็จการในคิวบา เช เกวารา ปฎิเสธเก้าอี้ในรัฐบาลใหม่ ร่ำราลูกเมีย สะพายปืนเข้าป่า เข้าร่วมสงครามปฎิวัติในที่ต่างๆ ยัง ยัง โลกที่บิดเบี้ยวใบนี้ยังต้องเปลี่ยนแปลง

เชเชื่อมั่นในแนวคิดมาร์กซิสอย่างสุดหัวใจ แม้เขาจะเป็นวีรบุรุษของคิวบา แต่เขาปฎิเสธก็การได้รับอภิสิทธิ์แม้แต่เรื่องเล็กน้อย คนอื่นในคิวบากินอยู่เท่าไร เขาและครอบครัวก็ต้องตามนั้น เช รังเกียจการมีทรัพย์สมบัติส่วนตัว และการเป็นปัจเจกชน ในสมรภูมิ เชบอกสหายร่วมรบว่า ถึงเขาตายก็ไม่ติดห่วงกังวลอะไร ถ้ายังมีคนหยิบปืนของเขาขึ้นมายิงต่อ

และก็เป็นตามนั้น ในสมรภูมิที่โบลิเวีย หน่วยรบของเขาพลาดพลั้งแก่กองกำลังเผด็จการ เช ถูกประหารชีวิตด้วยการยิงเป้า คำพูดในวาระสุดท้ายของเขาคือ "จะยิงก็ยิงเลย ข้าก็แค่คนธรรมดาๆคนนึง"

แม้กระสุนจะพรุนร่างที่ดับดิ้นของเขาไป แต่เช ก็ยังไม่ตาย ไฟแห่งการปฎิวัติยิ่งลุกลามไปทั่วโลก เช ไม่ได้เป็นแค่สัญลักษณ์แห่งการต่อสู้ปฎิวัติเพื่อคนยาก แต่เขาคือแบบอย่างของคนที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ และใช้ชีวิตเพื่อผู้อื่นโดยไม่นึกถึงตัวเองอย่างแท้จริง

เชไม่ได้รักษาโรคหอบหืดอย่างที่ฝันไว้ทีแรก แต่จิตวิญญาณอย่างเช คือยาที่จะรักษาโลกอันบิดเบี้ยวใบนี้

ขอเปลี่ยนเช เกวารา เป็นหัวหน้าฝูงหมาไน

8/100 พระโพธิธรรม

posted on 06 Feb 2012 20:14 by galgard


ในค่ำคืนหิมะตก ชายผู้หนึ่งเห็นพระจีนสารรูปมอซอเดินฝ่าพายุหิมะ "สมณะ สมณะ ท่านคือพระโพธิธรรมนี่ กลางพายุดึกดื่นตัวคนเดียวแบบนี้ ท่านจะไปไหน" "ภูเขาหิมาลัย" พระโพธิธรรมตอบ มือข้างหนึ่งถือไม้เท้าที่มีรองเท้าฟางเพียงข้างเดียวห้อยอยู่ เท้าเปล่าเปลือยทั้งสองข้างค่อยๆย่างก้าวหายไปในพายุ

ชายผู้นั้นเล่าเรื่องราวให้ลูกศิษย์ของพระโพธิธรรม ณ อาราม ลูกศิษย์บอกชายผู้นั้นว่า พระโพธิธรรมได้ตายไปหลายปีแล้ว ทั้งหมดจึงชวนกันขุดหลุมศพของท่าน พบแต่เพียงรองเท้าฟางข้างเดียว

4ปี ก่อนหน้านั้น ก่อนพระโพธิธรรมจะออกเดินทางจากประเทศจีน กลับสู่อินเดีย แผ่นดินเกิดของท่าน ท่านเรียกลูกศิษย์ทั้ง 4 มาทดสอบเพื่อหาผู้สืบทอด

"ตอบข้าสั้นๆ ว่าแก่นแท้คำสอนของข้าคืออะไร"
"มีชีวิตนิ่งเงียบเหนือความคิดจิตใจ" คนแรกตอบ "ดีพอใช้ เจ้าได้เนื้อหนังของข้า
"ตัวตนของเราเป็นเพียงมายา" คนที่2ตอบ "ดีขึ้นมาหน่อย เจ้าได้กระดูกของข้า"
"คำสอนของท่านมิอาจนิยามด้วยถ้อยคำ" คนที่3ตอบ "แต่เจ้าก็พูดมันออกมา เจ้าได้ไขกระดูกของข้า"

เหลือแต่เพียงศิษย์คนสุดท้าย มือของเขากุดทั้ง2ข้าง เขาเพียงแต่นั่งคุกเข่าและร้องไห้ พระโพธิธรรมเลือกศิษย์ผู้นั้นเป็นผู้สืบทอด

คืนนั้นเอง ศิษย์ผู้หนึ่งที่ไม่ได้ถูกเลือกเกิดริษยา และล้างแค้นพระโพธิธรรมด้วยยาพิษถึงตาย

ก่อนหน้านั้นหลายปี มีชายผู้หนึ่งคุกเข่าขอพระโพธิธรรมเป็นศิษย์ พระโพธิธรรมนั่งภาวนาหันหลังเข้าหากำแพงมาร่วมทศวรรษ "ผู้คนตื้นเขิน มีแต่ทำให้ข้าผิดหวัง กำแพงมันพูดอะไรไม่ได้ อยู่อย่างเดียวดายกับมันยังทุกข์น้อยกว่า" ชายผู้นั้นตัดมือทั้งสองข้างโยนไปให้ท่านดู "นี่เพียงแค่เริ่มต้น ถ้าท่านไม่ยอมรับข้า ต่อไปคือหัว"  พระโพธิธรรมหันหลังมาพิจารณาชายหนุ่ม

ก่อนหน้านั้น 9ปี พระโพธิธรรมเป็นพระอรหันต์รูปแรกที่เพิ่งจาริกมายังประเทศจีน จักรพรรดิจีนต้อนรับท่านเป็นอย่างดี "ข้าบำรุทำรุงพระพุทธศาสนาเป็นอย่างดี สร้างเจดีย์เก็บพระไตรปิฎก สร้างโรงทานถวายภัตตาหาร ข้าสวดมนต์ทุกเช้าเย็น ตายไปข้าจะได้ไปสวรรค์ชั้นไหน"

"นรกชั้น7" พระโพธิธรรมตอบ อึ้งกันทั้งราชสำนัก "ข้ารู้ว่าจิตใจท่านว้าวุ่นเหลือทน มาพบข้าคืนนี้ตัวคนเดียว ข้าจะทำให้ท่านพบความสงบ"

จักรพรรดิไม่อาจข่มตาหลับได้ อารมณ์ภายในปั่นป่วนไปหมด ทั้งโกรธ อับอาย งุนงง และพิศมัยในพระนอกคอกรูปนี้ ท่านตัดสินใจเดินขึ้นยอดเขาไปพบท่านพระโพธิธรรมในคืนนั้น "นั่งลงตรงกลางลาน หลับตาและตามหาความคิดอันว้าวุ่นของท่าน เจอเมื่อไหร่บอกข้า ข้าจะใช้ไม้เท้าของข้าจัดการมันให้เอง" พระโพธิธรรมสั่ง จักรพรรดิ ทำตามแต่โดยดีด้วยความหวาดกลัว หากท่านพบความคิดของท่าน พระเถื่อนรูปนี้จะใช้ไม้เท้าอันใหญ่นั่นทำอะไรกันแน่หนอ

จักรพรรดิหลับตาค้นหาตัวตนของความคิดอยู่นานก็หาไม่เจอซักที นั่นเองที่ท่านตระหนักว่าความคิดไม่มีอยู่จริง หากเรามีสติและจับจ้องมันมันจะหายวับไป เหลือแต่ตัวเราที่สงบเงียบภายใน ในภาวะสมาธินั้นเอง จักรพรรดิเข้าใจคำตอบ "นรกชั้น7" ของพระโพธิธรรม ไม่มีใครจะมาตอบแทนหรือลงโทษการกระทำของเรา การกระทำของเรา เป็นผลลัพธ์ด้วยตัวของมันเอง เป็นเช่นนั้น จักรพรรดิได้พบสันติภายใน เมื่อรุ่งอรุณมาถึง

นี่คือเสี้ยวหนึ่งในตำนานของพระโพธิธรรม ต้นตำรับแห่งเซน จึงของเปลี่ยนท่านเป็น หมีแพนด้า






และก็เข้าสู่ช่วงขายของ :D ถ้าใครชอบท่านโพธิธรรมแพนด้า สามารถสั่งซื้อเสื้อยืด แถมการ์ตูน ได้ที่ร้าน ไก่3ออนไลน์ นะคร้าบ ที่นี่เลย :3

7/100 Karl Marx

posted on 05 Feb 2012 19:26 by galgard


เราเคยอ่านคมความคิดของ J.K. Rowling ว่าด้วยเรื่องของจินตนาการ

สำหรับ J.K. แล้ว จินตนาการเป็นมากกว่า พ่อมดแม่มด มั้กเกิ้ล ไม้กายสิทธิ์ แต่จินตนาการ ยังรวมถึง ความสามารถที่จะรับรู้ถึงความทุกข์ร้อน ของคนอีกซีกโลกนึง คนต่างชนชั้น คนที่เราไม่รู้จักชื่อแส้หน้าตา แม้เราจะมีชีวิตอย่างสุขสบายในสภาพอภิสิทธิ์ของเรา แต่ถ้าเราใช้จินตนาการ เราจะสัมผัสความเจ็บปวดของเพื่อนมนุษย์ที่เดือดร้อนได้

สมัยหนึ่ง J.K. ทำงานในองค์กรนานาชาติ ที่เป็นที่พักพิงนักโทษทางการเมือง ที่หลบหนีจากประเทศเผด็จการ งานของเธอคือเป็นแรงกายและแรงใจให้กับนักโทษผู้หลบหนี หลายคนเคยถูกทางการทรมานย่ำยีจนมีอาการทางประสาท เธอเล่าว่า เธอไม่เคยลืมเลือนเสียงกรีดร้องของชายหนุ่มชาวแอฟริกัน เมื่อเขาทราบข่าวว่ารัฐบาลเผด็จการลงโทษประหารแม่ของเขา เพื่อล้างแค้นที่เขาริอ่านออกมาวิพากย์วิจารณ์ ชายหนุ่มอวยพรกับ J.K. ให้เธอมีชีวิตที่ดี

Karl Marx เกิดมาในชนชั้นกลาง สมัยนั้นผู้คนต่างเชื่อว่าประวัติศาสตร์ได้มาถึงยุคในอุดมคติแล้ว เพราะในปรัสเซียที่เขาเกิด อุตสาหกรรมการผลิตและสาธารนูปโภคเฟื่องฟู อัตราการจ้างงานสูง เมื่อ Marx เรียนจบปรัชญา เขาเดินทางไปเป็นนักข่าวในฝรั่งเศส

มีความวุ่นวาย ความไม่เป็นธรรม ความเหลื่อมล้ำอยู่มากมายในยุโรป Marx ได้พบกับเพื่อนนักปรัชญาที่โน้มน้าวให้เขามาสนใจเรื่องปัญหาของกรรมาชีพ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นทั้งหมดของชีวิตของ Marx เขาและเพื่อนร่วมกันเขียนหนังสือ ประกาศเจตนาพรรคคอมมิวนิสต์ และในปีนั้นเอง ได้เกิดการลุกฮือครั้งใหญ่ของชนชั้นกรรมาชีพทั่วทวีปยุโรป

อุดมการณ์คอมมิวนิสต์คือ ความเท่าเทียมกัน มีชนชั้นเดียวคือ แรงงาน ไม่มีการครอบครองสมบัติส่วนตัว เราว่ามันแปลกดี ที่บิดาของคอมมิวนิสต์ ไม่เคยลำบากแบบกรรมาชีพ แต่สู้เพื่อเปลี่ยนสังคมให้กรรมาชีพเป็นใหญ่ เราสงสัยว่าบางที Marx อาจฉลาด และมองออกว่าความรุ่งโรจน์ของปรัสเซียบ้านเกิดของเขาเป็นภาพลวงตา บางที เขาอาจคิดว่า สังคมในอุดมคติคือโมเดลแบบคอมมิวนิสต์จากที่เขาเรียนปรัชญา

หรือบางที เขาอาจได้เห็น สัมผัส และรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรมของชนชั้น สมัยเขาเป็นนักข่าว

เราก็คิดไปเรื่อย เอาเป็นว่า เปลี่ยน Karl Marx เป็นสิงโต

Kasidej View my profile