ความงามของความไม่รู้
posted on 31 Mar 2009 12:03 by galgard in left-and-rightเมื่อเราพูดกับตัวเองว่า "เราเพิ่งรู้ว่า ความไม่รู้มีความงาม" เราสงสัยว่าเราเห็นความงามของความไม่รู้จริงหรือคิดตุตะเอาเอง
ความงามของความไม่รู้ มีอยู่จริงรึเปล่า ก็ไม่รู้
เราเลยลองสำรวจดู
เพลงจำนวนมากใน playlist เราเป็นภาษาต่างประเทศ หนักญี่ปุ่น มีฝรั่งมากขึ้นตามรสนิยมที่เปลี่ยนไป และภาษาแปลกๆที่่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าภาษาอะไรอยู่ประปราย เราไม่เก่งภาษาเท่าไหร่หรอก ภาษาญี่ปุ่นรู้อยู่บ้าง(กำลังไปเรียน) ภาษาอังกฤษเราฟังไม่ค่อยถนัด ไม่นับพวกคอรัสประหลาดๆ หรือเพลงชนเผ่าอะไรก็ไม่รู้อีก
เราจะขยันหาคำแปลก็แค่บางเพลงเท่านั้นแหละ ขณะเดียวกันเราก็พบว่าการฟังเพลงไม่รู้ความหมายก็มีดีกว่าที่เคยคิดไว้ มันเหมือนช่องว่างให้เราเติมความหมายของเพลงนั้นตามใจชอบเองอย่างเงียบๆ ลิขสิทธิ์เล่นงานเราไม่ได้ ไม่ต้องอายใครด้วยว่าไอนี่กระแดะ ไม่รู้ภาษาริฟังเพลงฝรั่ง เราฟังด้วยความไม่รู้ เพราะเราแอบเติมในใจ เราตีความเนื้อเพลงตามโลกส่วนตัวของเรา วันนี้อินเลิฟ เพลงก็หวานซึ้ง วันนี้ฮิกเ้หิม เพลงก็แกรนด์ๆ วันนี้หม่นหมอง เพลงก็เศร้าสร้อย แต่ อร่อยจินตนาการ
จะว่าไป การใช้ความไม่รู้สร้างโลกส่วนตัว ตีความหมายตามใจชอบ มันคือคุณประโยชน์ของศิลปะ abstract ใช่ไหมนะ
เคยคุยกับพี่ศิลปินแนววิจิตรศิลป์คนนึง พี่เขาทำงานให้กับวัด ศรัทธาในพุทธศาสนามากระดับฝังราก ให้เหตุผลที่พี่เขาไม่ชอบงาน abstract ว่า มันทำให้ใจฟุ้งซ่าน ไม่สงบ เกิดกิเลส
แน่นอน งานของพี่เขาคือ วาดรูปสวรรค์ รูปนรก รูปพระ ด้วยเชื่อว่า เป็นศิลปะที่มีคุณค่า ทำให้คนกลัวบาปกลัวกรรม รับใช้มนุษย์ ให้มนุษย์อยู่ในกรอบ ในศีลธรรม ส่วนต้องชุดเดียวกันกับพี่เขาด้วยรึเปล่า เราไม่กล้าถาม
ถ้าอย่างงั้นใช่หรือไม่ว่า ความไม่รู้คือ ต้นตอของความอิสระ เถรไถล เด็กดื้อ เด็กตั้งคำถาม นอกกรอบ เควสชั่นมาร์ค เป็นอิสรชน และพร้อมที่จะออกไปหาความหมาย ด้วยทางเลือกของตนเอง
ทำไมศาสนาพุทธถึงว่า ความไม่รู้ (อวิชชา) คือรากเหง้าของความเลวร้าย เพราะการให้ทุกคน"รู้" อะไรเหมือนๆกัน จะทำให้สังคมปกครองง่าย และปลอดภัยกว่าปล่อยให้ทุกคน"ไม่รู้"และแสวงหาเอาเองใช่หรือไม่
อย่างไรก็ตาม เราเรียนรู้ เมื่อเรายอมรับว่า เราไม่รู้
เราเติมเต็ม เมื่อเรายอมรับว่า เราพร่อง
บางคนบอกว่า การเรียนรู้ที่สุดแล้ว คือการรู้ว่า ตัวเองไม่รู้อะไรเลย
รึเปล่า ก็ไม่รู้เหมือนกัน






#1 By Nihil [Pacman กระแทกปาก] on 2009-03-31 13:22